skip to Main Content

รากเหง้าวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าพบได้ในการแสดง 4 ภาคพื้นบ้านไทย

ประเทศไทยเป็นไม่กี่ประเทศในโลกใบนี้ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและยาวนาน โดยไม่ถูกกลืนหายไปตามเวลาถึงแม้ในอดีตประเทศไทยจะผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านสมรภูมิรบผ่านการเสียเอกราชแต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ของไทยในทุกยุคทุกสมัยที่ทรงทำให้เหตุการณ์อันเลวร้ายสามารถผ่านไปได้ด้วยความบอบช้ำน้อยที่สุดและยังคงเป็นศูนย์รวมใจชาวไทยได้จนถึงทุกวันนี้ ทำให้ประเทศไทยต่างจากเพื่อนบ้านในบางประเทศที่มีวัฒนธรรมที่สวยงามแต่ถูกกลืนและสูญหายไปตามกาลเวลา

ไม่ว่าจะด้วยปัญหาทางการเมืองหรือปัญหาทางด้านศาสนาแต่สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะทางด้านอิสระทางการนับถือศาสนาจึงทำให้เราสามารถอยู่ด้วยกันได้ถึงแม้จะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยแต่ไทยก็ยังคงเป็นไทยจนถึงทุกวันนี้ ทำให้เราได้เห็นรากเหง้าความเป็นในที่มีการแสดงออกทางการแสดงพื้นบ้านในแต่ละพื้นที่ของภูมิภาคของไทย ซึ่งมีความแตกต่างและมีความโดดเด่นพร้อมยังสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนได้เป็นอย่างดี ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

การแสดง 4 ภาค

การแสดง 4 ภาค และการละเล่นพื้นบ้านในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยต่างมีเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นแตกต่างกันพร้อมกันนี้ยังมีกลิ่นอายความหมายของการแสดงเพื่อบ่งบอกความหมายและความสำคัญในการแสดง

ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรรักษาไว้ให้ลูกหลานและนี่เองจึงเป็นเสน่ห์และความสวยงามของวัฒนธรรมของประเทศไทยที่ต่างชาติหลงใหลต่างเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่ต่ำกว่าล้านคนต่อปี สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยและคนในพื้นที่เป็นอย่างดี

การแสดง 4 ภาค นี่คือภาคเหนือ

การแสดงทางภาคเหนือกับมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

การแสดงภาคเหนือเป็นการแสดงที่ผสมผสานทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานเนื่องจากในอดีตทางภาคเหนือมีพื้นที่ติดกับประเทศพม่าและเคยอยู่ในการปกครองของพม่าในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้การละเล่นและการแสดงพื้นบ้านได้รับอิทธิพลอย่างมาก

สำหรับชาวไทยใหญ่หรือเงี้ยวด้วยเหตุผลชาวพื้นเมืองพม่าและชาติพันธุ์ต่างๆมีพื้นที่ติดกันในดินแดนทางภาคเหนือ จึงมีภาษาพูดคล้ายกัน และมีการติดต่อกันอยู่เป็นประจำจึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามและหลายการแสดงยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

พร้อมกับยังสามารถเล่าเรื่องในอดีตได้เป็นอย่างดี เช่น ฟ้อนเงี้ยวคือการรำเพื่ออาราธนาพระรัตนตรัย เทพเทวา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงเพื่อขอพรและขอบารมีปกป้องคุ้มครองอำนวยอวยชัยเพื่อเป็นสิริมงคล หรือการตีกลองสะบัดชัย เป็นการแสดงภาคเหนือเพื่อใช้ตีกลองยามออกศึกสงคราม ทั้งนี้ยังเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เหล่าทหารที่กำลังจะออกรบให้เกิดความฮึกเหิมโดยมีทำนองการตีที่เร้าใจ บ่งบอกได้ว่าเวลานั้นศึกสงครามยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของคนยุคนั้น

การแสดงของภาคกลาง

ตัวบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่นพบได้ในการแสดงทางภาคกลาง

การแสดงภาคกลางส่วนใหญ่มีการละเล่นและการแสดงประกอบกิจกรรมทางการเกษตรบ่งบอกได้ว่าในยุคนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่กสิกรรม ประชาชนอยู่ด้วยความสุขการแสดงภาคกลางจนออกมาในลักษณะมีความสุขและผูกพันกับการเกษตร

พร้อมยังบ่งบอกถึงความสามัคคีของคนในยุคนั้นที่ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบการแสดงภาคกลาง เช่น ระบำชาวนาซึ่งถ่ายทอดขั้นตอนการทำนาตั้งแต่เริ่มต้นหว่านเมล็ดข้าว มาถึงไถนาการเกี่ยวข้าวและการเก็บเกี่ยว

รำกลองยาวสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากทางพม่าซึ่งเป็นการแสดงภาคกลางที่สนุกสนานมีดนตรีเร้าใจ มักใช้ในงานมงคลเช่นในงานบวช งานแต่ง  ลำตัดเป็นแสดงที่มีทำนองเพลงและร้องเพลงโต้ตอบกันระหว่างชายหญิงด้วยถ้อยคำและภาษาที่สนุกชวนขบขัน

การแสดงภาคใต้

การแสดงทางภาคใต้กับการผสมผสานด้านศาสนาและความเชื่อ

ด้วยอาณาเขตที่ติดต่อกับทะเลรวมทั้งมีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซียทำให้การแสดงภาคใต้มีการแสดงที่ผสมผสานวัฒนธรรม ศาสนา และอารายธรรมของชนกลุ่มต่างๆ รูปแบบการแสดงจึงเน้นออกมาเพื่อความบันเทิงและมีพิธีกรรมทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง

โดยมีจังหวะของดนตรีที่รวดเร็วและเร้าใจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถหาได้เฉพาะการแสดงภาคใต้เท่านั้น เช่นการแสดงโนรา หรือ มโนห์รา ที่มีการแสดงออกเป็น2ส่วนคือเพื่อความบันเทิงและเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมไหว้ครู ไหว้บรรพบุรุษ หนังตะลุงเชื่อว่าเป็นการละเล่นที่มีมาอย่างนานเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของมนุษยชาติเพราะเป็นการละเล่นที่เล่นกับแสงและเงา

รองเง็งคือการแสดงศิลปะและการเต้นรำประกอบดนตรีที่มีลีลาการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ว่าจะเป็นเท้า มือ ลำตัว รวมถึงการแต่งกายที่เหมาะสมสวยงามประสานไปกับความไพเราะของท่วงทำนองเพลง

การแสดงทางภาคอีสาน

บ่งตัวตนที่สนุกสนานพบได้ในการแสดงทางภาคอีสาน

การแสดงภาคอีสานมีลักษณะการละเล่นและและการแสดงออกคล้ายกับทางภาคเหนือในส่วนของการผสมผสานความหลากหลายของเชื้อชาติและละชนเผ่าที่แตกต่างแต่เข้ากันอย่างลงตัว เช่นชาวไทยลาว ภูไท ไทยพวน เน้นการแสดงออกทางด้านความสนุกสนานรวมกับพิธีกรรม

ที่สำคัญซึ่งพื้นที่ภาคอีสานในอดีตมีความเชื่อทางไสยศาสตร์รวมถึงมีพิธีกรรมบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และภูตผี  เช่นการฟ้อนภูไทเป็นการแสดงการฟ้อนเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและแสดงในประเพณีสำคัญต่างๆ

การเซิ้งบั้งไฟเป็นการแสดงพื้นบ้านซึ่งเป็นพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใช้ในพิธีกรรมขอฝน ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านของทางภาคอีสานที่มีชื่อเสียงและมีความสนุกสนานเห็นได้จากในการจัดงานแต่ละครั้งยังคงมีผู้คนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ติดต่อเรา

เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการตอบคำถามและคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการแสดงต่างๆ เพราะเราเป็นสตูดิโอที่สอนการแสดงหลากหลายประเภทโดยได้รับกาารสนับสนุนจาก W88 คุณสามารถสอบถามได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือติดต่อสอบถามค่าใช้จ่ายในการเรียนศิลปะการแสดงกันเราได้ เราจะตอบกลับทันทีเมื่อได้รับข้อความคุณ

Back To Top